วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ขนมต้ม


ขนมต้ม


วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

1. แป้งข้างเหนียว

2. มะพร้าวขูด

3. น้ำตาลมะพร้าว

4. น้ำตาลทราย

5. เกลือ

6. ใบเตย

7. น้ำเปล่า

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1. หม้อหรือกระทะ

2. ทัพพีหรือกระชอน

ส่วนผสมแป้ง

-แป้งข้าวเหนียว

-น้ำใบเตย

-น้ำเปล่า

ส่วนผสมไส้

-มะพร้าวขูด

-น้ำตาลทราย

-น้ำตาลมะพร้าว

-เกลือ

วิธีทำแป้ง

นำแป้งข้าวเหนียวมาผสมกับน้ำต้มสุกและน้ำใบเตยที่ละนิด แล้วนวดให้แป้งมีเนื้อสัมผัสที่นวลละเอียดไม่เป็นเม็ด นวดจนเป็นก้อนกลมๆ จากนั้นนำมาผ้าข้าวคลุมพักไว้

วิธีทำไส้

1. ตั้งกระทะแล้วนำน้ำตาลทราย 1 ส่วน น้ำตาลมะพร้าว 2 ส่วน เทลงไปผสมกัน ใช้ไฟอ่อน ๆ ค่อยคนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นนำเกลือใส่เล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ เมื่อน้ำตาลทั้ง 2 ชนิดละลายเป็นน้ำข้น ๆ นำมะพร้าวลงไปผสมแล้วกวนให้เหนียวจนมะพร้าวใส่เป็นสีน้ำตาล จากนั้นยกกระทะลงแล้วพักไส้ไว้ให้เย็นพอประมาณแล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ พอคำ (ควรปั้นขนาดที่ร้อนกำลังพอดี ไม่ควรให้เย็นมากจะทำให้ปั้นไม่เป็นก้อน)

2. น้ำแป้งที่พักไว้มาปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วกดให้เป็นแผ่นใส่ไส้มะพร้าวลงไปปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ทิ้งไว้ (ควรนำแป้งมาโรยไม่ให้ลูกติดกันเวลาปั้นทิ้งไว้)

3. ตั้งหม้อเทน้ำพอประมาณใสใบเตย 2 ใบ ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำขนมที่ปั้นใส่ลงไปในน้ำเดือด รอให้ขนมลอยขึ้น จากนั้นใช้กระชอนหรือทัพพีตักขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วนำไปคลุกกันมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้

*หมายเหตุ

*การขนมขึ้นอยู่กับรสมือของแต่ละคน ผู้เขียนจึงไม่กำหนดอัตราส่วนที่ชัดเจน เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นมีความชื่นชอบในรสชาติที่แตกต่างกัน ผู้จัดทำจึงใช้วิธีแนะนำให้ประยุกต์ตามความชอบเพื่อให้ถูกปากผู้ชิมมากที่สุด

*ขนมต้มมี 2 แบบ ที่นิยมทำกัน คือ ขนมต้มขาว กับขนมต้มใบเตย ขนมต้มขาวมีวิธีการเหมือนกันทุกประการแต่ไม่ใส่น้ำใบเตย ส่วนตัวผู้เขียนชอบขนมต้มใบเตยมากกว่าเพราะมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน

*รสชาตของขนมต้มจะออกหวาน ๆ หอมมะพร้าวและใบเตย

*การใส่น้ำตาลมะพร้าวกับน้ำตาลทราย เนื่องจากเป็นสูตรเฉพาะของผู้เขียน โดยปกติสมัยก่อนไม่นิยมใส่น้ำตาลทรายเพราะหายาก แต่ปัจจุบันน้ำตาลทรายถูกกว่าน้ำตาลมะพร้าว อีกทั้งน้ำตาลมะพร้าวมีรสชาตหวานละมุนไม่หวานจัดทำให้เวลารับประทานไม่ค่อยหวานเท่าที่ควร ส่วนน้ำตาลมีรสชาตหวานแหลม การนำน้ำตาลทั้งสองมาผสมเข้ากันทำให้รสชาตพอดี ไม่เปลืองน้ำตาลมาก

*ไม่ควรใส่น้ำเวลากวนไส้เนื่องจากจะเสียเวลาทำให้เปลืองแก๊ส เนื่องจากน้ำจากมะพร้าวขูดจะออกมาผสมกับน้ำตาลที่เคี้ยว การเคี้ยวควรให้เหนียวมากจะทำให้ไม่บูดง่าย และขนมออกมาอร่อยไม่แฉะ

*การผสมแป้งกับน้ำ กับน้ำใบเตยควรเทลงไปทีละนิดจะทำให้แป้งไม่แฉะได้เนื้อสัมผัสตามต้องการคือเหนียวเป็นก้อนปั้นง่าย

การทำขนมต้มง่ายที่สุด แต่ใช้ทักษะและความอดทนเท่านั้นเพราะมันร้อนเวลาทำ

ขนมต้มยังเป็นขนมมงคลที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์


เขียน วันที่ 08/05/2554

ผู้เขียน พยัคฆ์กูรู


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น