แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมนูขนม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมนูขนม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีทำกล้วยตาก

การทำกล้วยตาก : เคล็ดลับการทำกล้วยตากให้สีสวยแบบบ้านๆ


วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
- กล้วยน้ำว้าสุก  2 – 3  หวี

อุปกรณ์
- ถาด/ภาชนะสำหรับตากกล้วย
- ซึ้งนึ่ง
- น้ำเปล่า

วิธีทำ
1. คัดเลือกกล้วยน้ำว้าที่มีผลสีเหลืองสุก  หรือจะนำเอากล้วยที่สุกมากมาแปรรูปเป็นกล้วยตากก็ได้  เพราะเราจะทำการถนอมอาหาร คือ  ทำให้กล้วยสามารถเก็บไว้กินได้นาน  
2.  ปอกเปลือกกล้วยออก แล้วนำเอากล้วยมาจัดวางลงภาชนะ
3.  นำกล้วยที่จัดเรียงไปตากแดดในช่วงแรก ประมาณ 3 – 4  วัน  ช่วงนี้กล้วยจะเริ่มเปลี่ยนสีเริ่มแห้ง  แต่กล้วยบางส่วนสีจะไม่เสมอกัน  บางลูกแห้งเกินไป
4.  นำกล้วยมานึ่งด้วยซึ้งนึ่งเพื่อให้กล้วยมีความชื่นภายในกล้วย ไม่แห้งจนเกินไป  อีกทั้งสีที่ได้จะมีสีน้ำผึ้ง  คือ  สีน้ำตาล  มีความหวานเสมอกัน  (การนึ่งเราต้องการความชื่นให้กล้วยและต้องการให้สีเปลี่ยน  ควรสังเกตไม่ควรนึ่งนานเกินไปหรือเร็วเกินไป  เอากำลังพอดี  ฝึกสังเกตเอานะไม่ยากถ้าคิดจะทำอาหาร  ทำขนมต้องเรียนรู้  ทำ  ทำ  ทำ  เท่านั้นแล้วคุณจะชำนาญ)
5.  นำเอากล้วยที่นึ่งมาทำการผึ่งแดดอีกครั้ง  ครั้งที่ 2  ใช้เวลาตากประมาณ 3 – 4  วัน  สังเกตดูว่ากล้วยเริ่มมีความแห้งพอดีหรือยัง  ถ้าแห้งกำลังพอดี  ก็นำเก็บใส่ถุง เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอน

**************************
หลายคนคงจะมีคำถามที่ว่า  ทำกล้วยตากกินเองแล้วทำไมมันไม่เหมือนที่เขาขาย  มันแห้งไป  มันแข็งไป  สีไม่สวย  หลายคำถามจะหมดไปเพราะเรานำเสนอเคล็ดลับมาฝาก 
**************************


***หมายเหตุ***
การทำกล้วยตากแต่ละสูตรจะมีเทคนิคแตกต่างกันออกไป  บางคนใช้วิธีการอบ  บางคนใช้วิธีการนึ่ง  บางคนตากอย่างเดียว  ก็แล้วแต่คนชอบ
แต่สำหรับเคล็ดลับที่นำมาฝาก  คือการตากแล้วนำมานึ่งจะช่วยเพิ่มสีสัน และความเหนียวให้เหมือนกล้วยที่เขาทำขาย  ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีสูตรลับที่ไม่ค่อยจะบอกกัน   ซึ่งข้อดีของการนำไปนึ่งจะช่วยให้กล้วยที่ตกแห้งในช่วงแรกมีความชื้นคืนมาแล้วทำให้กล้วยมีน้ำหวานซึมออกมาเพิ่ม  ผิวสัมผัสไม่แห้งจนเกินไป  เพราะจากประสบการณ์การลองผิดลองถูก  ผู้เขียนเคยลองทำกล้วยตากแบบบ้าน ๆ วิธีที่ 1 นึ่งแล้วเอามาตากสีกล้วยซีดจางไม่สวย
วิธีที่ 2  ที่คนมักจะใช้กันคือ  ตากแดดอย่างเดียว  ก็ไม่ได้ผลกล้วยแห้ง  แข็ง  ไม่สม่ำเสมอ
จนมาถึงเคล็ดลับนี้ คือ การทำกล้วยตากให้สีสวย  เหนียว  หวาน  คือ  การนึ่งในขั้นตอนที่ 2  แล้วค่อยตาก  น้ำตาลในกล้วยจะกระจายทั่วผลกล้วยที่ตาก  จึงได้กล้วยตากสวย ๆ  ดังที่เห็นนะจ๊ะ




เขียน  วันที่ 30  กันยายน  2557

ผู้เขียน  พยัคฆ์กูรู

การทำวุ้นกะทิ

การทำวุ้นกะทิ : ฉบับบ้าน ๆ  สำหรับงานเลี้ยง


วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
1. ผงวุ้น
2.  น้ำตาลทรายขาว
3.  ใบเตย
4.  กะทิสด หรือกะทิแบบกล่อง
5.  น้ำเปล่า

อุปกรณ์
- ถาด/ภาชนะใส่วุ้น
- หม้อต้ม


สำหรับการทำวุ้นอัตราส่วนสามารถสังเกตได้จากหน้าซองวุ้นผง  ซึ่งบอกรายละเอียดไว้เรียบร้อย 

วิธีทำ
1. ตั้งหม้อต้ม  เติมน้ำในปริมาณที่ชั่งตวง  ส่วนตัวแล้วใช้วิธีคาดคะเนเอา  เพราะการทำเลี้ยงคนจำนวนมาก  มันไม่เหมือนกับการทำกินเองเล็ก ๆ น้อย ๆ  จึงต้องชั่งตวงบวกกับการคาดคะเน เพื่อน้ำด้วยเพราะเวลาเคี่ยวให้มันเซตตัวทำให้น้ำละเหยออกไปบางส่วน อีกทั้งยังต้องการให้วุ้นแข็งตัวกำลังพอดี
2.  ใส่ใบเตยมัดลงไปในน้ำที่ต้ม  ละลายผงวุ้นในถ้วยตวงกับน้ำเทลงไปรวมกับน้ำที่ต้ม  เพิ่มน้ำตาล   เคี่ยวด้วยไปปานกลางไปเรื่อย  ๆจนวุ้นเริ่มละลายและเซตตัว  การสังเกตจากาตักมาหมอยลงจานที่เย็น ๆ ถ้าวุ้นได้ที่มันจะเป็นก้อน  แต่ถ้ายังไม่ได้ก็เคี่ยวต่อไป  อุณหภูมิ และระยะเวลามีส่วนสำคัญ  ต้องคอยสังเกต
(การใส่ใบเตยทั้งมัดลงไป  เราต้องการแต่กลิ่นไม่ต้องการสี  ทำแบบโบราณ  เมื่อเสร็จจึงตักใบเตยทิ้ง  คนแก่ชอบกินแบบเดิม ๆ จึงใช่สูตรดังกล่าว)
3.  เมื่อวุ้นสุกได้ที่ตักใส่ถาด  เว้นช่วงสำหรับวุ่นกะทิที่จะเทอีกชั้นไว้ด้วย  รอให้เย็น
4.  ทำวุ่นอีกชั้นขั้นตอนเหมือนเดิม  เพียงแต่เติมกะทิลงไป  สำหรับกะทิสดอร่อยหอม  แต่เก็บไว้ได้ไม่นาน  จึงเลือกใช้กะทิกล่อง  นำมาเคี่ยวให้สุก  สังเกตจากการตักมาหยอดลงจาน  ถ้าเซตตัวดีก็ใช้ได้  นำมาเทลงไปอีกชั้นบนถาดวุ้นที่เตรียมไว้  ทิ้งไว้ให้เย็นในอุณหภูมิห้อง  ไม่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น  ทำค้างไว้ 1  คืนก็ไม่เสีย    



***หมายเหตุ***
การทำวุ่นกะทินั้น  ขึ้นอยู่กับว่าจะทำเพื่ออะไร  ทำขาย  ทำกินเอง  ทำเลี้ยงในงาน  แถบเชียงใหม่ในโซนที่ผู้เขียนอาศัยอยู่  คนแก่หรือผู้สูงอายุไม่ชอบให้แต่งแต้มสีสันอาหาร  ชอบกินแบบเรียบ ๆ แต่อร่อย ไม่หวานจัดกำตามที่เห็น   
*สำหรับคนสมัยใหม่นิยมสีสันสวย ๆ งาม ๆ  รูปทรงน่ารักของขนมวุ้น  คนที่คิดจะทำกินหรือทำขายก็หาซื้อแม่พิมพ์สำเสร็จรูปมาตกแต่งวุ้นก็ได้นะครับ

ภาคที่เห็นเป็นวุ่นกะทิที่ทำในงานขึ้นบ้านใหม่ของพี่สาวผู้เขียน  ทำตอนกลางคืน  นำมาเลี้ยงตอนกลางวัน  ไม่บูดแถมยังเซตตัวดี  ตัดใส่จานไม่มีน้ำ  ถือว่ารอบนี้ใช้ได้  ลองนำไปทำกันดูนะครับ

เขียน  วันที่ 30  กันยายน  2557

ผู้เขียน  พยัคฆ์กูรู

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

เต้าส่วน เมนูของหวานแสนอร่อย

เต้าส่วน :  เมนูง่าย ๆ สร้างรายได้จากขนมหวาน



เต้าส่วนเป็นเมนูของหวานอีกเมนูที่ทำง่ายสร้างรายได้จากการขายได้ดี
เนื่องด้วยเต้าส่วนมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก  แถมรสชาติดีถูกใจคนชอบของหวาน เพราะรสหวาน มัน เค็ม ครบรสขนมหวานแบบไทย ๆ

มาเริ่มเรียนรู้ขั้นตอนการทำเต้าส่วนกันเลยนะคะ
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ถั่วเขียวซีก  ราคากิโลละ 50 – 70  บาท
2.  น้ำตาลทราย 
3.  น้ำเปล่า
4.  กะทิ
5.  แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งข้าวโพด
6.  เหลือ
7.  ปาท่องโก๋

ขั้นตอนการทำ
1. นำถั่วเขียวแช่น้ำประมาณ 2 – 3  ชั่วโมง
2. นำถั่วที่แช่ไปนึ่งให้สุกประมาณ 15 – 30  นาที  หรือสังเกตจากถั่วก็ได้ถั่วที่นึ่งสุกจะฟองฟูเวลาบีบจะละเอียดไม่แข็ง  จากนั้นปิดไฟพักถั่วไว้ก่อน
3. นำน้ำตาลทรายละลายในน้ำตั้งไปเคี่ยวให้น้ำคาละลายใส่แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งข้าวโพดละลายไปผสมให้น้ำเชื่อมเหนียวข้นเล็กน้อย จากนั้นนำถั่วที่นึ่งเสร็จมาผสม
4.  ทำน้ำกะทิราด  โดยใส่หัวกะทิเหลือน้ำตาลทรายเล็กน้อย และแป้งข้าวโพดผสม เคี่ยวด้วยไฟอ่อน  ๆ  พักไว้
5.  ตักเต้าส่วนทีทำเสร็จในถ้วยราดน้ำกะทิที่ทำไว้บนเต้าส่วน  ตัดปาท่องโก๋ตกแต่งหน้า  ช่วยเสริมรสชาติเต้าส่วนให้อร่อยขึ้น แลดูดี



สำหรับเมนูเต้าส่วนสามารถทำขายสร้างอาชีพได้  
การตั้งราคาขายถุงละประมาณ 10 – 15  บาท  กำลังดี ไม่แพงมากและถูกเกินไป
สำหรับผู้สนใจทำเต้าส่วนลองตามสูตรนี้กันดู อร่อยด้วยการชิมและปรุง ปรับเปลี่ยนรสชาติตามต้องการ
เวลาขายควรให้รสชาติกลาง ๆ ไม่หวานจัดหรืออ่อนน้ำตาลเกินไป
การชิมเป็นศาสตร์และศิลป์ของตนทำอาหารและขนมแบบไทย ๆ
ฝึกรสมือให้นิ่งแล้วท่านจะสามารถสรรสร้างเมนูต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

*****
วิธีการนำเสนอการทำอาหารและขนมสไตล์นิวแนว เน้นให้ท่านได้ลองทำด้วยตนเองและปรับปรุงรสชาติตามใจชอบ ทุกอย่างจะง่ายด้วยการฝึก และฝึกนะคะ    


ผู้เรียบเรียงบทความ
 ทีมงานนิวแนว

วันที่โพส

22/01/2557

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิธีทำข้าวเหนียวปิ้งไส้ถั่วดำ

สูตรข้าวเหนียวปิ้งไส้ถั่วดำ : สูตรโบราณ



วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
1.  ข้าวสารเหนียว
2.  น้ำตาล
3.  เกลือ
4.  ใบตองฉีกเป็นแผ่น
5.  น้ำเปล่า
6.  กะทิ


ไส้ขนม
1. ถั่วดำ
2. น้ำตาลทรายแดง
3.  น้ำตาลมะพร้าว
4.  เกลือ
5.  น้ำเปล่า

วิธีทำไส้
1.  นำถั่วดำไปแช่น้ำประมาณ 6 – 8  ชั่วโมง
2.  นำถั่วที่แช่ไว้ล้างน้ำและนำไปนึ่ง  รอให้ถั่วดำสุกขึ้น  พักไว้ให้เย็น
3.  นำไปปั่น หรือตำ  บดให้ละเอียด
4.  ตั้งไฟอ่อน ๆ น้ำถั่วดำน้ำตาลทรายแดงประมาณอัตราส่วน  น้ำตาล 2 ใน 3 ของถั่ว เนื่องจากถั่วดำจะมีรสหวานตามธรรมชาติ  ใส่น้ำตาลมะพร้าวเพิ่มเติมเล็กน้อย
5. เทน้ำผสมกวนให้น้ำตาลทราย  น้ำ และถั่วเข้ากัน  เติมเหลือเล็กน้อยให้มีรสเค็มนิด ๆ  เพื่อตัดรสหวานจะทำให้ไส้อร่อยขึ้น
6. เมื่อเข้ากันดีแล้วยกลงจากเตาทิ้งไว้

วิธีทำ
1. นำข้าวเหนียวที่หุงแล้วมามูน  โดยข้าวเหนียวมูนสำหรับทำข้าวเหนียวจะต้องเพิ่มน้ำตาลอีกเล็กน้อย  ซึ่งวิธีการทำข้าวเหนียวมูน (สามารถอ่านเพิ่มเติมบทความ “การทำข้าวเหนียวมูนที่เขียนไว้)
2.  เตรียมไส้ที่ต้องการไว้
3. นำใบตองที่เตรียมไว้วางบนมือ  ใช้ช้อนตัดข้าวเหนียวมูลเทลงใบตองพอประมาณ  ตักไส้วางบนข้าวแล้วตักข้าววางทับอีกชั้น  พับใบตองตามแนวยาว  กลัดหัวกลัดท้าย  หรือจะห่อตามต้องการก็ได้  จัดเรียงเป็นชั้น ๆ     
4.  เตรียมพาชนะสำหรับปิ้งโดยจัดเรียงข้าวเหนียวปิ้งบนตระแกรง  ปิ้งพอให้ใบตองหอม  เป็นอันเสร็จกระบวนการ
5.  จัดจานตกแต่งให้สวยงาม

*หมายเหตุ
ข้าวเหนียวปิ้ง  เป็นขนมพื้นบ้านของไทย ที่ทำง่าย  ขายดีเพราะความหวาน ๆ มัน ๆ อร่อยดี
ไส้ถั่วดำ  จะมีความหวานหอมในตัว  ซึ่งการเพิ่มความหวานควรชิมรสชาติก่อนปรุงและตัดเกลือเล็กน้อย


สำหรับการทำข้าวเหนียวปิ้ง  สำคัญที่ข้าวกับไส้ต้องมีรสหวานและเค็มเล็กน้อย  ทุกครั้งในการทำขนมอาหารต้องชิมไปด้วยและปรับรสให้เหมาะสมจึงจะช่วยให้อาหารหรือขนมที่เราทำมีเอกลักษณ์ขายสู่กับคนอื่นได้

เขียน  วันที่ 27/12/2556
ผู้เขียน  พยัคฆ์กูรู


วิธีทำข้าวเหนียวปิ้งไส้ถั่วเขียว

สูตรข้าวเหนียวปิ้งไส้ถั่วเขียว : สูตรโบราณ



วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
1.  ข้าวสารเหนียว
2.  น้ำตาล
3.  เกลือ
4.  ใบตองฉีกเป็นแผ่น
5.  น้ำเปล่า
6.  กะทิ


ไส้ขนม
1. ถั่วเขียวซีก
2. น้ำตาลทรายแดง
3.  น้ำตาลมะพร้าว
4.  เกลือ
5.  น้ำเปล่า

วิธีทำไส้
1.  นำถั่วเขียวไปแช่น้ำประมาณ 6 – 8  ชั่วโมง
2.  นำถั่วที่แช่ไว้ล้างน้ำและนำไปนึ่ง  รอให้ถั่วเขียวสุกขึ้นฟู  พักไว้ให้เย็น
3.  นำไปปั่น หรือตำ  บดให้ละเอียด
4.  ตั้งไฟอ่อน ๆ น้ำถั่วเขียวน้ำตาลทรายแดงประมาณอัตราส่วนเท่า ๆ กัน  ใส่น้ำตาลมะพร้าวเพิ่มเติมเล็กน้อย
5. เทน้ำผสมกวนให้น้ำตาลทราย  น้ำ และถั่วเข้ากัน  เติมเหลือเล็กน้อยให้มีรสเค็มนิด ๆ  เพื่อตัดรสหวานจะทำให้ไส้อร่อยขึ้น
6. เมื่อเข้ากันดีแล้วยกลงจากเตาทิ้งไว้

วิธีทำ
1. นำข้าวเหนียวที่หุงแล้วมามูน  โดยข้าวเหนียวมูนสำหรับทำข้าวเหนียวจะต้องเพิ่มน้ำตาลอีกเล็กน้อย  ซึ่งวิธีการทำข้าวเหนียวมูน (สามารถอ่านเพิ่มเติมบทความ “การทำข้าวเหนียวมูนที่เขียนไว้)
2.  เตรียมไส้ที่ต้องการไว้
3. นำใบตองที่เตรียมไว้วางบนมือ  ใช้ช้อนตัดข้าวเหนียวมูลเทลงใบตองพอประมาณ  ตักไส้วางบนข้าวแล้วตักข้าววางทับอีกชั้น  พับใบตองตามแนวยาว  กลัดหัวกลัดท้าย  หรือจะห่อตามต้องการก็ได้  จัดเรียงเป็นชั้น ๆ     
4.  เตรียมพาชนะสำหรับปิ้งโดยจัดเรียงข้าวเหนียวปิ้งบนตระแกรง  ปิ้งพอให้ใบตองหอม  เป็นอันเสร็จกระบวนการ
5.  จัดจานตกแต่งให้สวยงาม

*หมายเหตุ
ข้าวเหนียวปิ้ง  เป็นขนมพื้นบ้านของไทย ที่ทำง่าย  ขายดีเพราะความหวาน ๆ มัน ๆ อร่อยดี
 ไส้ถั่วจะออกรสชาติหวาน ๆ  เค็ม ๆ นิด ๆ และมันจากถั่ว ลองชิมแล้วปรับรสให้เหมาะสมตามความต้องการหรือลองให้คนอื่นชิมก็จะทำให้ขนมเรามีพัฒนาการด้านรสชาติที่ดีขึ้น

สำหรับการทำข้าวเหนียวปิ้ง  สำคัญที่ข้าวกับไส้ต้องมีรสหวานและเค็มเล็กน้อย  ทุกครั้งในการทำขนมอาหารต้องชิมไปด้วยและปรับรสให้เหมาะสมจึงจะช่วยให้อาหารหรือขนมที่เราทำมีเอกลักษณ์ขายสู่กับคนอื่นได้

เขียน  วันที่ 27/12/2556

ผู้เขียน  พยัคฆ์กูรู

สูตรข้าวเหนียวปิ้งอร่อย ๆ

สูตรข้าวเหนียวปิ้ง : สูตรโบราณ



วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
1.  ข้าวสารเหนียว
2.  น้ำตาล
3.  เกลือ
4.  ใบตองฉีกเป็นแผ่น
5.  น้ำเปล่า
6.  กะทิ


ไส้ขนม
ตามความต้องการ

วิธีทำไส้
-

วิธีทำ
1. นำข้าวเหนียวที่หุงแล้วมามูน  โดยข้าวเหนียวมูนสำหรับทำข้าวเหนียวจะต้องเพิ่มน้ำตาลอีกเล็กน้อย  ซึ่งวิธีการทำข้าวเหนียวมูน (สามารถอ่านเพิ่มเติมบทความ “การทำข้าวเหนียวมูนที่เขียนไว้)
2.  เตรียมไส้ที่ต้องการไว้
3. นำใบตองที่เตรียมไว้วางบนมือ  ใช้ช้อนตัดข้าวเหนียวมูลเทลงใบตองพอประมาณ  ตักไส้วางบนข้าวแล้วตักข้าววางทับอีกชั้น  พับใบตองตามแนวยาว  กลัดหัวกลัดท้าย  หรือจะห่อตามต้องการก็ได้  จัดเรียงเป็นชั้น ๆ     
4.  เตรียมพาชนะสำหรับปิ้งโดยจัดเรียงข้าวเหนียวปิ้งบนตระแกรง  ปิ้งพอให้ใบตองหอม  เป็นอันเสร็จกระบวนการ
5.  จัดจานตกแต่งให้สวยงาม

*หมายเหตุ
ข้าวเหนียวปิ้ง  เป็นขนมพื้นบ้านของไทย ที่ทำง่าย  ซึ่งนิยมทำไส้กล้วย  กับไส้ถั่ว  ไส้เผือก ไส้ต่าง ๆ ตามความชอบอร่อยคนละแบบ

สำหรับการทำข้าวเหนียวปิ้ง  สำคัญที่ข้าวกับไส้ต้องมีรสหวานและเค็มเล็กน้อย  ทุกครั้งในการทำขนมอาหารต้องชิมไปด้วยและปรับรสให้เหมาะสมจึงจะช่วยให้อาหารหรือขนมที่เราทำมีเอกลักษณ์ขายสู่กับคนอื่นได้

เขียน  วันที่ 27/12/2556

ผู้เขียน  พยัคฆ์กูรู